ข้ามไปเนื้อหาหลัก
สารภังคชาดก (เรื่องนกสารภังค)
ชาดก 547 เรื่อง
189

สารภังคชาดก (เรื่องนกสารภังค)

Buddha24 AIทุกนิบาต
ฟังเนื้อหา

สารภังคชาดก (เรื่องนกสารภังค)

นานมาแล้ว ในยุคที่พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นนกสารภังค์ อาศัยอยู่ในป่าอันอุดมสมบูรณ์ นกสารภังค์ตัวนี้มีปัญญาเฉลียวฉลาด เฉลียวปัญญากว่านกทั้งปวงในป่า เป็นที่นับถือของสัตว์ทั้งหลาย ด้วยความเมตตาและความยุติธรรมของมัน

ป่าแห่งนี้เคยสงบร่มเย็น ผู้คนและสัตว์ป่าอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข แต่แล้ววันหนึ่ง เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น เมื่อพรานป่าผู้หนึ่งที่แฝงตัวเข้ามาในป่า เกิดความโลภโมโทสัน อยากได้ทรัพย์สมบัติที่ซ่อนอยู่ในถ้ำแห่งหนึ่ง เขาได้ยินกิตติศัพท์ว่าในถ้ำนั้นมีสมบัติมากมายซ่อนอยู่ จึงพยายามจะเข้าไป แต่ปากถ้ำนั้นมีหินขนาดใหญ่วางปิดอยู่

พรานป่าพยายามใช้กำลังดันหินออก แต่ก็ไม่เป็นผล เขาเริ่มหงุดหงิด ดวงตาเต็มไปด้วยความกระหาย เขาคิดว่าถ้าสามารถนำสมบัติเหล่านั้นออกมาได้ ชีวิตของเขาจะสุขสบายไปตลอดกาล

ในขณะที่พรานป่ากำลังทุกข์ระทมใจด้วยความอึดอัดและสิ้นหวังอยู่นั้น นกสารภังค์ได้บินผ่านมาพอดี ด้วยสายตาอันแหลมคม มันสังเกตเห็นความผิดปกติของพรานป่า ร่างกายที่อ่อนล้า ดวงตาที่ฉายแววแห่งความทุกข์ และท่าทางที่พยายามจะทำอะไรบางอย่างกับปากถ้ำ

นกสารภังค์เห็นดังนั้น ก็เกิดความสงสาร มันบินลงมาเกาะบนกิ่งไม้ใกล้ๆ พรานป่า แล้วเอ่ยถามด้วยเสียงอันไพเราะว่า

"ท่านมนุษย์ เหตุใดจึงมานั่งทุกข์ระทมอยู่ ณ ที่นี้ ป่าแห่งนี้มิใช่ที่ของท่าน เหตุใดจึงมีใบหน้าอันเศร้าหมองเช่นนี้"

พรานป่าตกใจเล็กน้อยที่ไม่คาดคิดว่าจะมีสัตว์ป่าพูดกับตนได้ แต่เมื่อเห็นนกสารภังค์มีท่าทีสงบเสงี่ยมและน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความห่วงใย เขาก็คลายความหวาดกลัวลง

"ข้าแต่ท่านนกผู้ประเสริฐ ข้าพเจ้าเป็นพรานป่า หลงเข้ามาในป่าแห่งนี้ และได้ยินกิตติศัพท์ว่าในถ้ำเบื้องหน้าแห่งนี้มีสมบัติอันมหาศาลซ่อนอยู่ ข้าพเจ้าพยายามจะเข้าไปเอา แต่ปากถ้ำกลับถูกปิดด้วยหินก้อนใหญ่ ข้าพเจ้าไม่มีกำลังพอจะเคลื่อนย้ายมันได้ จึงได้แต่นั่งทุกข์ใจอยู่ตรงนี้"

นกสารภังค์ฟังเรื่องราวของพรานป่าแล้ว ก็เข้าใจถึงความโลภของมนุษย์ มันไม่รีบร้อนที่จะตำหนิ แต่กลับเสนอทางออก

"ท่านมนุษย์ ความโลภเป็นสิ่งอันตราย ย่อมนำมาซึ่งความเดือดร้อน แต่เมื่อท่านมาถึงที่นี่แล้ว และมีความประสงค์จะเข้าไป ข้าพเจ้าจะช่วยเหลือท่านเอง"

พรานป่าได้ยินดังนั้น ก็ดีใจจนแทบจะกระโดดโลดเต้น

"จริงหรือท่านนก! ท่านจะช่วยข้าพเจ้าได้อย่างไร?"

นกสารภังค์ตอบอย่างใจเย็น

"ท่านจงคอยดูเถิด"

ว่าแล้ว นกสารภังค์ก็บินขึ้นไปบนก้อนหินที่ปิดปากถ้ำ มันใช้ปีกอันแข็งแรงกระทุ้งและผลักดันหินก้อนนั้นอย่างสุดกำลัง พร้อมกับใช้เท้าอันมีเล็บคมๆ ขุดเซาะไปตามรอยแตกของหิน

มันบินเข้าบินออกอยู่หลายครั้ง พยายามทุกวิถีทาง จนขนปีกเริ่มเปื่อยลู่ ดวงตาแดงก่ำไปด้วยความเหนื่อยอ่อน แต่ก็ยังไม่ยอมแพ้ พรานป่ามองดูด้วยความทึ่งและรู้สึกผิดเล็กน้อยที่ตนเองไม่เคยคิดจะช่วยเหลือผู้อื่นได้มากเท่านี้

ในที่สุด ด้วยแรงกายแรงใจอันเด็ดเดี่ยวของนกสารภังค์ ก้อนหินขนาดใหญ่ก็ค่อยๆ เคลื่อนออกจากปากถ้ำไปได้ทีละน้อย เผยให้เห็นปากถ้ำที่เปิดออก

เมื่อปากถ้ำเปิดออก พรานป่ารีบวิ่งเข้าไปทันที ไม่รอช้า เขามองหาสมบัติที่กล่าวอ้างถึง แต่สิ่งที่เขาพบกลับไม่ใช่ทองคำ เงินทอง หรืออัญมณีใดๆ เลย

ภายในถ้ำนั้นเต็มไปด้วยโครงกระดูกของสัตว์นานาชนิดที่ตายอย่างอนาถ และมีคราบเลือดแห้งกรังอยู่เต็มพื้น

พรานป่าถึงกับผงะ ใบหน้าซีดเผือด ความโลภเมื่อครู่หายไปหมดสิ้น เขาตระหนักได้ทันทีว่าถ้ำแห่งนี้คือกับดัก ที่พรานป่าตัวอื่นๆ หรือสัตว์ป่าที่หลงเข้ามา ถูกล่อลวงเข้ามาแล้วต้องตายลงอย่างน่าเวทนา

เขาหันหลังกลับออกมาจากถ้ำด้วยหัวใจที่สั่นเทา ร่างกายสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว

"ข้าแต่ท่านนกผู้ประเสริฐ ข้าพเจ้าเข้าใจแล้ว ข้าพเจ้าโง่เขลาและโลภมาก ข้าพเจ้าเกือบต้องมาตายอย่างน่าอนาถเช่นเดียวกับโครงกระดูกเหล่านี้"

นกสารภังค์บินลงมาเกาะที่กิ่งไม้ใกล้ๆ พรานป่า มองเขาด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความสงสาร

"ท่านมนุษย์ ความโลภย่อมนำมาซึ่งหายนะ ท่านควรจะสำนึกถึงบุญคุณของข้าพเจ้า ที่ได้ช่วยเหลือท่านให้พ้นจากอันตรายนี้ และจงจดจำไว้ว่า สมบัติที่แท้จริงนั้น ไม่ใช่สิ่งที่จับต้องได้เสมอไป"

พรานป่าก้มกราบลงแทบเบื้องเท้านกสารภังค์

"ข้าพเจ้าขอขอบคุณท่านอย่างสุดซึ้ง ข้าพเจ้าจะจดจำบุญคุณของท่านไปตลอดชีวิต และจะไม่กลับมาเหยียบย่างในป่าแห่งนี้อีกเลย"

นับตั้งแต่วันนั้น พรานป่าก็กลับใจ เลิกจากการล่าสัตว์ และดำรงชีวิตอย่างสุจริต ไม่เคยมีความโลภอีกเลย ส่วนนกสารภังค์ก็ยังคงอาศัยอยู่ในป่าแห่งนั้น เป็นที่รักและเคารพของสัตว์ทั้งหลายตลอดไป

คติธรรม

ความโลภเป็นสิ่งนำมาซึ่งหายนะ การช่วยเหลือผู้อื่นด้วยความเมตตา ย่อมนำมาซึ่งความดีงามและความสงบสุข

บารมีที่บำเพ็ญ

เนกขัมมบารมี (การออกจากกาม, การละความพึงพอใจในกามคุณ) และวิริยบารมี (ความเพียร)

— In-Article Ad —

💡คติธรรม / ข้อคิด

ความโลภเป็นสิ่งนำมาซึ่งหายนะ การช่วยเหลือผู้อื่นด้วยความเมตตา ย่อมนำมาซึ่งความดีงามและความสงบสุข

บารมีที่บำเพ็ญ: เนกขัมมบารมี (การออกจากกาม, การละความพึงพอใจในกามคุณ) และวิริยบารมี (ความเพียร)

— Ad Space (728x90) —

นิทานชาดกเรื่องอื่นที่น่าสนใจ

มหาวังคชาดก
296ติกนิบาต

มหาวังคชาดก

มหาวังคชาดกครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ในสมัยที่พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นพญานาคราชผู้ทรงปัญญา อาศัยอยู่ในถ...

💡 การทำลายธรรมชาติเป็นการทำลายแหล่งที่มาแห่งชีวิตและทรัพย์สมบัติอันแท้จริง การมีจิตสำนึกในการอนุรักษ์คือการสร้างความสมดุลและความยั่งยืนให้กับโลก

มหาปัญญาวนกชาดก
21เอกนิบาต

มหาปัญญาวนกชาดก

มหาปัญญาวนกชาดกกาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ในป่าอันสงบร่มรื่นแห่งหนึ่ง ณ แคว้นมคธ มีพญานกแขกเต้าตนหนึ่ง ท...

💡 อย่าหลงเชื่อคำพูดที่อ่อนหวานเกินจริง และจงพิจารณาให้รอบคอบก่อนช่วยเหลือผู้อื่น เพราะบางครั้งผู้ที่ดูน่าสงสาร อาจมีเจตนาแอบแฝงที่ชั่วร้ายอยู่เบื้องหลัง

กุมภทาชชาดก
141เอกนิบาต

กุมภทาชชาดก

กุมภทาชชาดกณ แคว้นมคธ อันอุดมสมบูรณ์ด้วยพืชพรรณธัญญาหาร มีเมืองชื่ออังคราช ประชาชนอยู่เย็นเป็นสุขภาย...

💡 ความซื่อสัตย์ภักดีและการเสียสละเพื่อส่วนรวม ย่อมนำมาซึ่งสันติสุขและความเจริญรุ่งเรือง.

อัมพชาดก
12เอกนิบาต

อัมพชาดก

อัมพชาดกในอดีตกาล พระโพธิสัตว์ทรงอุบัติเป็นพระโพธิสัตว์ในตระกูลของช้าง การเกิดครั้งนี้เกิดขึ้นในป่าห...

💡 การตอบแทนบุญคุณด้วยการทำร้าย เป็นการสร้างกรรมที่เลวร้าย

กุมารชาดก
214ทุกนิบาต

กุมารชาดก

กุมารชาดก ครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ในยุคที่พระโพธิสัตว์ทรงอุบัติเป็นพระกุมารผู้เปี่ยมด้วยพระปัญญาและความ...

💡 ปัญญาและเหตุผล ย่อมสามารถเอาชนะกำลังและความรุนแรงได้ การใช้วาจาอันสุนทรและการเจรจาอย่างชาญฉลาด เป็นหนทางที่ดีที่สุดในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้ง

สมนกททชาดก
142เอกนิบาต

สมนกททชาดก

สมนกททชาดก ในกาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ ป่าอันกว้างใหญ่ไพศาล ซึ่งเต็มไปด้วยพฤกษานานาพันธุ์ ร่มรื่นด้ว...

💡 ความโลภไม่เคยนำพามาซึ่งความสุขที่แท้จริง การเบียดเบียนผู้อื่นย่อมนำมาซึ่งความทุกข์ และการรู้จักพอเพียงคือหนทางสู่ความสงบสุข

— Multiplex Ad —

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อปรับปรุงประสบการณ์การใช้งาน วิเคราะห์การเข้าชม และแสดงโฆษณาที่เกี่ยวข้อง นโยบายความเป็นส่วนตัว